ในคำสั่งศาลฎีกา ที่สั่งจำคุก นายพิชิฏ ชื่นบาล ทนายความ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ และ นายธนา ตันศิริ คนละ 6 เดือน ฐานละเมินอำนาจศาล กรณีเงิน 2 ล้านบาทนั้น มีความตอนหนึ่ง เขียนไว้กระชับรัดกุมว่า
“การกระทำของบุคคลทั้งสาม เป็นการกระทำที่อุกอาจ ท้าทาย และเกิดขึ้นในศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมชั้นสูงสุดของประเทศ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามประกอบอาชีพเป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย ย่อมตระหนักดีว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม จะ ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันยุติธรรม และส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความศรัทธาในการปฏิบัติหน้าที่ของ บุคลากรในอำนาจตุลาการ……”
ไม่เคยมีใครย่ามใจ เหิมเกริม กระทำการอุกอาจ หยามหมิ่นกันอย่างรุนแรงขนาดนี้
ไม่เคยมีใครกล้าทำกับศาลฎีกา
สิ้นคิด!!
ถ้าอ่านคำบรรยายทุกบททุกตอนขององค์คณะไต่สวนแห่งศาลฎีกา แล้วจะเห็นภาพการเคลื่อนไหวของบุคคลทั้งสาม
นายพิชิฏ ชื่นบาล,นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์และนายธนา ตันศิริ สอดรับกันจนกระทั่งศาลเห็นว่า
“พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามเป็นการร่วมรู้กัน และแบ่งหน้าที่กันทำฟังได้ว่าเป็นตัวการร่วม”
การเคลื่อนไหวดำเนินการของบุคคลทั้งสาม เกิดขึ้นล่วงหน้าก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิน ชิณวัตร จำเลยคดีที่ดินรัชดาฯ เดินทางมาศาลฎีกาไม่กี่นาที
ถามว่า มีทนายที่ใหนเอาเงินส่วนตัว 2 ล้านบาทไปทิ้งเรี่ยราดที่กลางศาล
มีขนม หรือช็อกโกแลตที่ใหน ที่เขาไส่ถุงกระดาษใช้สก็อตเทปปิดถุงแน่นหนามิดชิด แล้วแอบให้กันสองต่อสอง
เรื่องกล่องขนม 2 ล้านบาทถึงกาลอวสานแล้ว
ตอนต่อไปสำคัญกว่า
คดีสินบน!!
ถ้าเปิดตัว “เจ้าของเงินสินบท” ได้ จะสาวถึงสันดานคน
สันดานคนที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างจนเคยตัว
สันดานคนที่ไม่เคยเคารพใน “ระบบยุติธรรม” ของประเทศ
สันดานของคนที่เชื่อว่าเงินง้างทุกอย่างได้กระทั่งเหล็กกล้ายังหลอมละลาย…..!?!???
เหยี่ยวถลาลม : มติชนรายวัน : 28 มิถุนายน 2551
New Comment